บทความเลี้ยงลูกวัยเด็ก

เลี้ยงลูกชาย ต้องเลี้ยงให้ เก่ง กล้า แกร่ง

เลี้ยงลูกชาย

เมื่อวานไปว่ายน้ำ มีพ่อกับลูกชายสองคู่ ชวนกันมาเล่นน้ำที่สระ คู่แรกเป็นฝรั่ง อีกคู่เป็นอินเดีย ขอสมมุติชื่อเด็กคนแรกว่า”บ๊อบ” คนที่สองว่า “สิงห์” ทั้งสองคนสูงไล่เลี่ยกัน เดาว่าอายุประมาณแปดขวบ บ๊อบนั้นตัวแน่น ดูแข็งแรง ส่วนสิงห์ผอมกว่า และดูไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่


พอมาถึง บ๊อบก็เดินตรงรี่ไปที่สระน้ำ แล้วกระโดดลงไปโดยไม่รอพ่อ หลังจากนั้นทั้งพ่อลูกก็ว่ายน้ำกันอย่างสนุกสนาน บางครั้งราวกับเล่นมวยปล้ำในน้ำ ดูแล้วมันจริงๆ

ส่วนสิงห์นั้น ค่อยๆย่องลงไปที่บันไดสระ แล้วนั่งรอพ่อ สักพักพ่อก็เอาเรือลมพลาสติกมา สิงห์ก็ลงไปนั่งในเรือ แล้วพ่อก็จูงเรือวนรอบสระสองรอบ เสร็จแล้วสิงห์ก็มานั่งที่บันไดตามเดิม เอาเท้าตีน้ำบ้าง เอามือตีน้ำบ้าง สลับไปกับการมองบ๊อบว่ายน้ำ บางครั้งสิงห์นัยน์ตาลุกวาวเมื่อเห็นบ๊อบกระโดดว่ายวนอย่างสนุกสนานสักพักเรือพลาสติกก็ถูกลมพัดออกไป

สิงห์พยายามเอื้อมมือไปจับเรือ แต่มันก็ไปอยู่กลางสระเสียแล้ว บ๊อบเห็นเข้าก็เลยรีบว่ายน้ำไปเอาเรือนั้นมาให้
อีกห้านาทีต่อมาเรือก็ถูกลมพัดไปอีก บ๊อบก็รีบว่ายน้ำไปเอามาคืนให้อีก ตอนนี้พ่อกลับมาจากถ่ายรูปแล้วก็เลยพาลูกชายนั่งเรือวนรอบสระเป็นครั้งสุดท้าย แล้วสองพ่อลูกก็ขึ้นจากสระ พอทั้งสองเช็ดตัวเสร็จ พ่อก็เดินจูงสิงห์กลับไปห้องพัก ส่วนบ๊อบนั้นยังคงแหวกว่ายอยู่ในสระอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

อาจารย์สังเกตสีหน้าแววตาของเด็กสองคน (ว่ายน้ำไป สังเกตไป) ก็พบว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกสนุกสนาน ดูมีพลังในตัวเองอย่างเปี่ยมล้น และพร้อมที่จะเข้าไปแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น แม้ไม่ใช่ปัญหาของตัวเองก็ตาม แต่อีกคนหนึ่งกลับมีสีหน้าแววตาแบบเซื่องซึม หงอยเหงา ขาดพลัง ทั้งขาดทักษะที่จะแก้ปัญหา และต้องรอคอยผู้อื่นให้มาช่วย

มองเห็นเด็กอย่างบ๊อบแล้วรู้สึกมีความสุข เดาว่าคงเติบโตขึ้นไปด้วยความเชื่อมั่น มีความเป็นผู้นำสูง กล้าหาญ ไม่กลัวปัญหา เพราะรู้ว่า “ฉันทำได้” รวมทั้งคงอารมณ์ดี มีเพื่อนเยอะ เพราะใครๆก็อยากอยู่ใกล้คนแบบนี้

เด็กแบบสิงห์หลายคนโตขึ้นก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี แต่หลายคนยังคงเป็นแบบเดิม คือขาดความเชื่อมั่น รู้สึกไม่มีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้ ไม่มีความเป็นผู้นำ ท้อถอยง่ายและขี้กลัว นอกจากนี้ยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้าได้

เลี้ยงลูกชายต้องเลี้ยงให้เข้มแข็งกล้าหาญ อย่าให้ลูกพึ่งพ่อแม่มากเกินไป ต้องหัดให้ลูกพึ่งตัวเอง ทำอะไรด้วยตัวเอง
ฝึกทักษะที่เด็กผู้ชายควรมี ฝึกให้ทำอะไรอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ พ่อแม่ต้องใจแข็ง ปล่อยให้ลูกเผชิญอุปสรรคและแก้ปัญหาเองบ้าง

พ่อแม่หลายคนมาปรึกษาอาจารย์ด้วยเรื่องลูกไม่มีความเชื่อมั่น แต่ในชีวิตประจำวันหลายคนเป็นแบบพ่อของสิงห์คือไม่ได้ฝึกทักษะให้ลูกเท่าที่ควร และปกป้องลูกมากเกินไป

อ้อ! ลืมบอกไปว่า ตอนที่สิงห์เดินจูงมือไปกับพ่อนั้น ท่าทางเดินดูคล้ายๆผู้หญิง ทางศึกษาติดตามเด็กผู้ชายที่มีลักษณะคล้ายผู้หญิง ที่เรียกว่า effeminate boy หรือ sissy boy นั้นพบว่ามีโอกาสที่จะมีเอกลักษณ์ทางเพศสับสน ในที่สุดอาจกลายเป็น homosexual หรือ transsexual (ชายที่อยากแปลงเพศ) คำว่ามีโอกาสหมายถึง ไม่ได้กลายเป็นปัญหาทุกคน แต่มีโอกาสมากกว่าเด็กทั่วไป

จะเลี้ยงลูกชายให้ดี ต้องเลี้ยงให้ “เก่ง กล้าและแกร่ง”
คำว่า “เก่ง” ไม่ได้แปลว่า ต้องเรียนได้ที่หนึ่ง แต่หมายถึงมีประสิทธิภาพในตนเอง ทำอะไรได้เข้าท่า รู้จักคิดและรู้จักแก้ปัญหา

ส่วน “กล้าและแกร่ง” นี้เป็นคำที่พ่อแม่หลายคนกลัวว่าจะกลายเป็น “กร้าว” แต่อย่ากลัวมากไปเลยนะคะ หากเราพ่อแม่คอยสอดส่องดูแล วางขอบเขตพฤติกรรมที่เหมาะสม และเป็นแบบอย่างที่ดี ความกล้าและแกร่งไม่กลายเป็นก้าวร้าวอย่างแน่นอน

เลี้ยงลูกให้เข้มแข็งและแข็งแกร่งแนะนำบทเรียนออนไลน์ “เลี้ยงลูกใหม่ ปั้นให้ดี”
และอ่านหนังสือ “สร้างวินัยให้ลูกคุณ”

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *