บทความเลี้ยงลูกวัยรุ่น

ลูกชอบชูนิ้วกลาง

ชูนิ้วกลาง

(นิ้วกลางเป็นสัญลักษณ์ของความหยาบคาย และการดูถูกดูหมิ่น มันมีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณแล้วหละ ภาษาละตินเรียกนิ้วกลางว่า “digitus impudicus” แปลว่า นิ้วแห่งความหยาบคาย แต่อาจารย์ไม่เคยได้รับของขวัญชิ้นนี้มาก่อน ก็เลยไม่ชิน)

ทำงานเป็นจิตแพทย์สำหรับวัยรุ่นนี่ต้องข่มใจหลายครั้ง เพราะต้องเจอกิริยาที่ไม่สุภาพ บางทีก็สุดจะรับได้
ที่จำได้แม่นคือ นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยมีชื่อ รายนี้แม่พามาปรึกษาเพราะขี้โมโห
หนุ่มกับแม่มาตรงเวลานัด แต่ต้องรอนานสัก 20 นาทีได้มั้ง เพราะเคสก่อนหน้ามีอาการซึมเศร้า จะฆ่าตัวตาย ต้องให้คำปรึกษาอยู่นาน เลยเกินเวลาไป

พอหนุ่มคนนี้เข้ามา ก็ต่อว่าอาจารย์เสียยกใหญ่ ท่าทางโกรธมาก และในระหว่างที่ซักถามข้อมูลเพื่อการวินิจฉัย หนุ่มก็ชูนิ้วกลางใส่หน้าอาจารย์

ถ้าคุณได้รับ “นิ้วกลาง” โดนคนชูนิ้วกลางคุณจะรู้สึกอย่างไร?

ยอมรับว่าตอนนั้นโกรธขึ้นมาทันที แต่ถ้าอาจารย์โกรธคนไข้ ก็จะนิ่ง ไม่พูดมาก แค่พูดสั้นๆว่า “วันนี้คุยกันแค่นี้ หมอไม่นัดต่อนะ จะแนะนำคุณหมอคนใหม่ให้ เดี๋ยวเชิญรอด้านนอก”

แล้วก็เชิญคุณแม่เข้ามาเพื่ออธิบายว่าลูกเป็นอย่างไร น่าจะรักษาอย่างไร “หมอไม่รับรักษานะ” แล้วก็แจ้งชื่อคุณหมอที่เป็นลูกศิษย์ ที่น่าจะรับมือกับ “นิ้วกลาง” ได้ดี

อันที่จริงในการเรียนแพทย์ เราถูกสอนมาเสมอว่าห้ามปฏิเสธคนไข้ หลักการนี้มันฝังอยู่ในหัว พอบอกว่า “หมอไม่นัดต่อนะ” ก็ใช่ว่าจะสบายใจ แต่ก็บอกตัวเองว่าเคสนี้ไม่ใช่เคสถึงตาย (แต่ถ้ารับเคสนี้หมออาจตาย55)

แต่สิ่งสำคัญที่บอกตัวเองก็คือ “ฉันสมควรได้รับการปฏิบัติที่ดี”
ถึงจะเป็นคนป่วยทางจิตก็เถอะ อาจารย์อุมาพรไม่มีภูมิคุ้มกันต่อความหยาบคาย ถ้าคนไข้ตะโกนด่า “ไอ้หมอเฮงซวย” ยังพอรับได้ แต่ถ้าได้รับ “นิ้วกลาง” ภูมิหดหาย ขอบายละกัน!

โดยทั่วไปแล้ว เคสยิ่งยาก เรายิ่งชอบ เพราะมันท้าทายความสามารถ แม้จะเหนื่อยแต่ก็สนุก “ฉันจะช่วยคนไข้คนนี้ได้ไหม? จะทำให้เขามีชีวิตที่ดีได้อย่างไร?” เหล่านี้คือคำถามที่ถามตัวเองและท้าทายตัวเองเสมอเวลาดูแลคนไข้

แต่สำหรับบางเคสก็บอกตัวเองว่า เก็บแรงเอาไว้ทำอย่างอื่นเถอะ ถ้ามันเริ่มต้นแย่มากๆ ถึงเราจะทำได้สำเร็จ แต่ก็เหนื่อยเกิน พอเถอะ ไม่ต้องรับทุกเคส ไม่ต้องช่วยทุกคน

อันที่จริงเคสนี้ไม่ป่วยนะ แต่เป็นหนุ่มที่เอาแต่ใจตัวเอง
ก็ได้แต่สงสารแม่ เธอคงโดนมาเยอะ (เออ! พ่อไปอยู่เสียที่ไหน ไม่ทันได้ถามเลย) ตอนที่บอกว่า “หมอไม่รับรักษานะ” เธอก็ร้องไห้อ้อนวอนขอให้ช่วยดูแลลูกอยู่พักใหญ่

เห็นใจแม่เลย ลูกทั้งคน ใครๆอาจปฏิเสธลูกได้ แต่แม่ปฏิเสธลูกไม่ได้
คงต้องทนอยู่กับ “นิ้วกลาง” ไปตลอดชีวิต

พ่อแม่คนไหนไม่อยากอยู่กับ”นิ้วกลาง” แนะนำให้อ่านเซ็ทหนังสือสร้างลูก(บางเล่มหมดแล้ว)
และเรียนบทเรียนเข้มข้น “เลี้ยงลูกใหม่ปั้นให้ดี”

ปั้นลูกใหม่เถอะ ตอนเล็กๆเวลาชูนิ้วกลาง เราพ่อแม่พอจะดึงมือลงได้ แต่พอโตเป็นหนุ่ม ไปดึงมือลง สงสัยโดน….(ตบ)

ขอโทษนะคะ อย่าหาว่าพูดหยาบหรือรุนแรงเลย ….สำนวนพาไปก็จริง 55 แต่มันเกิดขึ้นแล้ว เรื่องจริง!
(พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อว่าเกิดอะไรและใครถูกตบ)

#ปั้นใหม่#เลี้ยงลูกใหม่ปั้นให้ดี

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *