บทความเลี้ยงลูกวัยรุ่น | บทความเลี้ยงลูกวัยเด็ก

ช่วยลูกสร้างเป้าหมายในชีวิต

เป้าหมายในชีวิต

หนุ่มน้อยอายุ 14 สมมุติชื่อว่าเอก ผู้ปกครองพามาหาเพราะมีอาการวิตกกังวลและซึมเศร้า ให้ยาแก้เศร้าไปกิน แม้อารมณ์จะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจ เพราะยังไม่ถึงระดับที่เรียกว่ามีความสุข

วันก่อน คุณแม่เขียนมาหาใน inbox ว่า ลูกกินยาเหมือนเดิมแต่ทำไมดูเศร้าสร้อยจัง และลูกขอคุยกับป้าหมอออนไลน์จะได้ไหม เพราะป้าหมออยู่ไกลตั้งสมุย แต่เธออยู่ทางเหนือ ก็เลยนัดคุยกันทางกูเกิล มีท ปรากฏว่าเสียงดังฟังชัดและเห็นหน้าชัดเจน ทั้งตอนน้ำตาเอ่อ ตอนมีรอยยิ้มที่มุมปากนิดๆ และตอนดวงตาเป็นประกายด้วยความหวัง
✴️ต่อไปนี้เป็นบทสนทนาที่ตัดตอนมาจาก session ให้คำปรึกษาที่ยาวประมาณ 60 นาที ของจริงไม่ได้ลื่นไหลแบบนี้ กว่าหนุ่มน้อยจะตอบอะไรออกมาสักประโยคก็คิดนานมาก

อ.คือ อาจารย์ ด.คือเด็ก


อ. ไหนบอกสิคะว่ารู้สึกยังไงช่วงนี้?
ด. มันก็รู้สึกว่าตัวเองแย่ รู้สึกมันหมดหวังหมดกำลังใจ
อ. หมดหวังยังไง?
ด. ก็แต่ก่อนนี้ ตอนที่เตรียมตัวสอบ มันก็รู้สึกกระตือรือร้นอยากจะทำอะไรต่ออะไร อยากอ่านหนังสือ ตอนนี้สอบผ่านไปแล้วมันก็รู้สึกว่าชีวิตมันเรื่อยๆ ไม่มีเป้าหมายไม่มีอะไรที่จะให้ตั้งตารอคอย
อ. เป้าหมายไม่ได้ตกมาจากฟ้านะคะ เราต้องสร้างขึ้นมาเอง
ด. แต่ผมไม่มีเป้าหมายในชีวิตเลยตอนนี้
อ. เรามาตั้งเป้าหมายกันดูไหม ลองคิดดูซิว่าเป้าหมายของเอกน่าจะเป็นอะไร
ด. ผมเคยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นคนดี ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้างหลายครั้งก็ขี้เกียจ หลายครั้งก็อารมณ์เสียกับพ่อแม่
อ. การมีเป้าหมายที่จะเป็นคนดีก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ตอนนี้น่าจะมีเป้าหมายอื่นด้วย ตั้งเป้าหมายที่มันดูเป็นรูปธรรมสักนิดนึง เพื่อเราจะได้เห็นมันชัดเจน
ด. ผมนึกไม่ออกหรอกครับว่าจะตั้งเป้าหมายอะไร
อ. ลองนึกดูซิ โตขึ้นอยากเป็นอะไรหรืออยากทำอะไร?
ด. ก็นึกไม่ออกเหมือนกัน เคยนึกเมื่อตอนเป็นเด็กว่าอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่อยากเป็นแล้ว รู้สึกตัวเองไม่มีความฝัน ไม่อยากเป็นอะไรเลย อันที่จริงก็ไม่อยากทำอะไรเลย
อ. ไม่เป็นไร ลองคิดใหม่อีกที ลองนึกถึงว่า เมื่อเราอายุซัก 30 ปีกำลังทำอะไรอยู่ ลองหลับตาซิ (ตอนนี้อาจารย์กำลังเริ่มใช้เทคนิคที่เรียกว่า imagery) แล้วลองนึกภาพตัวเองตอนอายุ 30 (เอกหลับตา)
อ. เห็นอะไรคะ?
ด. ก็ไม่เห็นอะไรเลยครับ เห็นแต่ความมืด (ช่วงที่คุยกันนั้นเป็นตอน 19:00 น ถ้าเป็นกลางวันคงเห็นความสว่าง ในลูกตา)
อ. ลองพยายามดูอีกทีซิ มองเห็นอะไร ?
ด. ก็เห็นเก้าอี้กับโต๊ะที่วางอยู่ในห้องอ่ะครับ
อ. ลองดูอีกทีซิ เมื่อเราอายุ 30 เรากำลังทำอะไรอยู่?
ด. ก็ยืนอยู่นะครับ
อ. ยืนทำอะไร
ด. ยืนช่วยคน
อ. ช่วยยังไง? บอกให้ละเอียดอีกนิด
ด. ก็คงเป็นสอนหนังสือ ให้ความรู้กับเด็ก
อ. วิชาอะไรคะ?
ด. วิชาวิทยาศาสตร์ครับ
อ. เอกชอบวิทยาศาสตร์เหรอ?
ด. ผมมีครูคนนึงเก่งวิทยาศาสตร์มากครับ
อ. สรุปว่าเป้าหมายของเอกในอนาคตคือให้ความรู้กับเด็กๆ โดยสอนวิชาวิทยาศาสตร์…..มองเห็นห้องเรียนไหม?
ด. ห้องเรียนเป็นโรงรถของคุณพ่อครับ ผมอยากให้เด็กๆที่ไม่มีเงินเรียนพิเศษได้มาเรียนกับผม
อ. เป็นความตั้งใจที่ดีมากเลย ถ้างั้นเอกจะทำอย่างไรในวันนี้เพื่อจะไปให้ถึงจุดนั้น?
ด. ผมก็ต้องตั้งใจเรียนวิทยาศาสตร์ แล้วก็สอบเข้ามหาวิทยาลัย เสร็จแล้วก็มาทำงานช่วยกิจการของที่บ้าน แล้วดัดแปลงโรงรถของคุณพ่อให้เป็นที่สอนหนังสือเด็กๆ
อ. ยอดเยี่ยมไปเลย ฟังดูเป้าหมายชัดเจนมาก แล้วจะเริ่มต้นเมื่อไหร่?
ด. ก็เริ่มวันนี้เลยครับ เดี๋ยวจะเขียนแผนและพรุ่งนี้ก็เริ่มอ่านหนังสือเลย

หนุ่มน้อยลืมตาขึ้นมา พร้อมกับรอยยิ้มสดใส ที่ป้าหมอไม่ได้เห็นนานแล้ว

การสร้างเป้าหมายในชีวิต


ทั้งหมดที่เราคุยกันคือการสร้างเป้าหมายในชีวิต ซึ่งก็คือการทำชีวิตให้มีความหมายนั่นเอง
การสร้างเป้าหมายและความหมายที่ไม่จำกัดเฉพาะที่ตัวเราเองแต่ขยายกว้างไปถึงผู้อื่นด้วย เป็นการสร้างความสุขที่แท้จริงที่เรียกว่า eudaimonic happiness

ชีวิตที่มีความสุขแท้คือชีวิตที่มีความหมาย แต่จะมีความหมายได้ก็ต้องเห็นเป้าหมายซะก่อน หลายคนที่ไม่มีเป้าหมายก็เลยไม่มีความกระตือรือร้น รู้สึกชีวิตอับเฉา น่าเบื่อ น่าหดหู่ เซ็ง เศร้า

วัยรุ่นเป็นวัยที่เริ่มคิดลึกซึ้งและกว้างไกลขึ้น จะคิดหลายแง่มุมเกี่ยวกับชีวิต พ่อแม่จะต้องเริ่มต้นคุยกับลูก หรือเป็น mentor (อ่านโพสต์ล่าสุด) ในเรื่องของการใช้ชีวิตให้ดีด้วย
สำหรับคนที่ซึมเศร้า ท้อแท้ ลองมาตั้งเป้าหมายในชีวิตและทำชีวิตให้มีประโยชน์ ให้มีความหมาย แล้วจะพบความสุขความปิติและความภาคภูมิใจในตนเอง อาการเศร้าจะดีขึ้นแน่นอน

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *